ทำการตลาดครั้งเดียว เก็บเกี่ยวได้ทั้งปี

 

คุ้มเว่อร์ 

เป็นโปรแกรมพิเศษ สำหรับผู้ที่ต้องการ ทำการตลาด เพื่อหาคู่ค้า โดยใช้งบประมาณอย่างคุ้มค่า ด้วยการ ใช้งบเริ่มต้นเพียง หลักหมื่น กับรายการที่ได้รับ กว่า 7 รายการคือ

1.ลงโฆษณาในเวปไซด์

 www.franchisefocus.co.th ในกรณีที่เป็นธุรกิจแฟรนไชส์

หรือ ลงใน www.opbizmag.com ในกรณีที่เป็นโอกาสธุรกิจอื่นๆ เช่น หาตัวแทนจำหน่าย ขายสินค้าและบริการ สินค้า สำหรับธุรกิจต่างๆ สินค้าขายส่ง สินค้าที่ซัพพลายให้กับร้านค้าต่างๆ โรงงานรับผลิตสินค้า  เป็นต้น

2.ลงโฆษณาในไดเร็กทอรี โอกาสธุรกิจ

ซึ่งเป็นหนังสือรายปี ขนาด A4 ประมาณ 300 หน้า ที่รวบรวมรายชื่อ ที่อยู่ และข้อมูลของธุรกิจต่างๆ คือธุรกิจแฟรนไชส์ในประเทศไทย และโอกาสธุรกิจอื่นๆ เช่น สินค้า-และบริการสำหรับร้านค้า สินค้าขายส่ง ตู้หยอดเหรียญ,สินค้าที่ต้องการตัวแทนจำหน่าย,อุปกรณ์อาชีพต่างๆ เช่น เครื่องทำไอครีม,เครื่องทำกาแฟ,อุปกรณ์สไหรับร้านอาหาร,ร้านเบเกอรี่ เป็นต้น รวบรวมไว้ในเล่มเดียวกัน สำหรับเป็นข้อมูลแก่ผู้ที่กำลังมองหาโอกาสในการทำธุรกิจต่างๆ โดยมีการจัดจำหน่ายตามร้านหนังสือทั่วประเทศ 

3.บทสัมภาษณ์

เป็นบริการเขียนคอนเทนต์ เนื้อหา สำหรับแนะนำธุรกิจของคุณให้กับผู้สนใจ ด้วยการสัมภาษณ์ ถ่ายภาพประกอบ และ เขียนเนื้อเรื่อง ที่ประกอบๆปด้วย ประวัติการทำธุรกิจ ลักษณะสินค้าบริการ จุดเด่นที่แตกต่าง ช่องทางในการทำธุรกิจ ลักษณะการลงทุน(หรือ รูปแบบในการซื้อ-ขาย)  ลักษณะของกลุ่มเป้าหมาย และ การติดต่อ เป็นต้น โดยมีจำนวนการเขียน และ จัดรูปแบบสำเร็จ จำนวน 4 หน้า ขนาด A4 เพื่อใช้แนะนำในสื่อต่างๆ ทั้งในหนังสือ และในออนไลน์

4.ลิงค์เบนเนอร์

ลิงค์เบนเนอร์ โลโก้ของคุณ กับเวปไซด์ของเรา เพื่อเพื่มยอดคลิกให้กับเวปไซด์ของคุณ หรือ เฟสบุคของคุณ

5.ร่วมแสดงบูท

เข้าร่วมในกิจกรรมของสมาคม แฟรนไชส์ไทย ในโอกาสที่มีการจัดงาน ประจำปี  เพื่อพบคู่ค้าที่เป็นกลุ่มเป้าหมายได้โดยตรง

6.โลโก้ บนปกหนังสือ (จำนวนจำกัด)

ได้รับโลโก้ของธุรกิจท่าน บนหน้าปกหนังสือ ไดเร็กทอรี่ โอกาสธุรกิจ โดยสามารถลงได้ 30 โลโก้ ซึ่งมีจำนวนจำกัด สำหรับผู้ที่ ตัดสินใจใช้บริการโปรแกรมนี้ ก่อนใคร 

7.ประชาสัมพันธ์ ผ่านเฟสบุค

เนื้อหาที่จัดเตรียมไว้ จะได้รับการทำประชาสัมพันธ์ ผ่านเฟสบุค ในเครือข่าย เช่น เฟสบุค แฟรนไชส์โฟกัส  สมาคม และ ในสื่อ ออนไลน์อื่นๆ

 

ความเห็นจาก ผู้ใช้บริการ “คุ้มเว่อร์”

คุณเอ – โรสสุคนธ์ ภัทรภาดา

ผู้บริหารบริษัท พร้อมปรุง จำกัด  เจ้าของกิจการ 

“ส้มตำมาละเด้อ”

“เอ ลงสื่อกับทางแฟรนไชส์โฟกัส เป็นที่แรก ตอนนั้นเอ ไม่ได้ลงกับที่ไหนเลย มันก็เลยวัดผลได้ง่าย ผลตอบรับ ช่วงนั้นเราก็จะมีสื่อทีวีติดต่อขอสัมภาษณ์ แต่ในสื่อทีวีที่ไปออก ก็มีคนที่ติดต่อเราเข้ามาเยอะเหมือนกัน แต่จะไม่ใช่กลุ่มเป้าหมายที่จะลงทุน แต่ก็เป็นการสร้างความเชื่อมั่นสร้างให้คนรู้จักเรามากขึ้น  แต่คนที่โทรมาจากสื่อของแฟรนไชส์โฟกัส จะเป็นกลุ่มลูกค้าเป้าหมายที่สนใจจะลงทุนมากกว่า ได้ทาร์เก็ตมากกว่า คือคนก็จะมาเซิรส์ คำว่าแฟรนไชส์ส้มตำ ก็จะเจอของเอ”

“นอกจากการใช้สื่อเวปไซด์กับแฟรนไชส์โฟกัสแล้ว เอก็ได้ร่วมกิจกรรมอื่นๆของสมาคมแฟรนไชส์ไทย ที่ทางบริษัทแฟรนไชส์ เป็นออร์เกไนเซอร์ การร่วมออกบูธ ก็ทำให้เพิ่มความเชื่อมั่นเข้าไปอีกว่าเรามีตัวตนจริงนะ ที่เราสามารถมายืนอยู่ตรงนี้ ก็เพราะเราได้ใช้บริการนี้”

“ตอนนี้เอมี  52 สาขา เพราะเราเก็บค่าไม่แพง ตั้งแต่ 19,000-39,000 บาท สอนสูตร และสอนผู้ที่ต้องการเปิดร้านส้มตำค่ะ” 

“เอ อยากแนะนำว่า การลงเวปไซด์ได้ผลดี เพราะ ลงไปครั้งเดียว ข้อมูลก็ไม่ได้มีการลบ ทำให้คนสามารถเข้าไปดูได้ตลอด  ก็ได้ผลมาก เราก็ถามลูกค้าว่ารู้จักเราจากอะไร ก็มีมาจากสื่อของแฟรนไชส์โฟกัส แต่ตอนนี้เอก็มีลงสื่ออื่นๆ และทำสื่อของตัวเองเพิ่มเติมด้วยค่ะ”

เกษรินธร เวียงคำ 

ผู้จัดการฝ่ายแฟรนไชส์ บริษัทอเมริกันฟู้ดจำกัด

จุดประสงค์ในการลงสื่อโฆษณาบัดส์กับทางแฟรนไชส์โฟกัส ก็คือ มันตรงจุดค่ะ คือหนังสือโอกาสธุรกิจ รายปี ฉบับนี้ตรงจุดกับทางเรา คือเราก็อยากจะแนะนำขายแฟรนไชส์ ที่เราลงครั้งแรก พอลงไปเนี่ยก็มีฟีคแบ็คกลับมาคือมีลูกค้าที่โทรเข้ามาหาเรา ก็คือทราบมาจากหนังสือเล่มนี้ ก็มีอย่างอื่นด้วยนะแต่จุดหลักๆ คือเขาเข้าไปดูข้อมูลมาจากหนังสือเล่มนี้ หรือว่ามาจากเวปไซด์ คือลูกค้าที่ติดต่อมาเราจะถามเพื่อเก็บเป็นข้อมูลว่าทราบจากตรงไหน ตรงนี้จะมีลูกค้าบอกว่ามาจากหนังสือโอกาสธุรกิจ หรือเข้าไปดูในเวป แฟรนไชส์โฟกัสแล้วสนใจ ดูข้อมูลเบื้องต้นก่อน เขาก็จะโทรเข้ามา อันนื้คือที่เราเลือกลงโฆษณากับแฟรนไชส์โฟกัสก็เพราะว่ามันตรงจุดกับบริษัทเราที่ขายแฟรนไชส์ ค่ะ

บัดส์ ไอศครีมลงกับที่นี่ตลอด นับกว่า 10 ปีแล้วนะ สำหรับสื่อทางโซเซี่ยลก็พอจะมีบ้าง เรามีเฟตบุ๊ค ไลน์ และอินตราแกรม และเวปไซด์เราเอง 

“ซึ่งในฐานะที่เป็นลูกค้าของแฟรนไชส์โฟกัส ทางบัดส์ก็ได้รับสิทธิ์ต่อเนื่องในการเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆที่มี เช่น ออกบูธกับทางสมาคมแฟรนไชส์ไทย  ซึ่งผลการไปร่วมงาน เราก็ได้แนะนำผลิตภัณฑ์เรามากขึ้น ลูกค้าจะซื้อแฟรนไชส์หรือซื้อสินค้าไปลงที่ร้านก็เป็นอีกขั้นตอนหนึ่ง แต่ถามว่าลูกค้าให้ความสนใจมั้ย ก็มีประมาณ 60-70 คน ที่เข้ามาสอบถามตอนออกบูท ตรงนั้นเราถือว่าเราพอใจระดับหนึ่ง ส่วนเรื่องปิดการขายได้ไหมก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง  แต่จุดประสงค์ของเราก็คือ ต้องการอยากทราบว่าคนสนใจเรามั้ย”  

คุณพิมพ์นารา บุญรักษ์ (คุณนัท) 

ผู้จัดการฝ่ายแฟรนไชส์ บริษัท เชสเตอร์ฟู๊ด จำกัด

"จุดประสงค์ที่ลงโฆษณากับหนังสือเร็กทอรี่ โอกาสธุรกิจ เพราะมองว่าหนังสือนี้มีความสำคัญและตรงกลุ่มลูกค้า กับธุรกิจเราที่ทำเป็นแฟรนไชส์  เป็นหนังสือที่รวบรวมข้อมูลที่ในเล่มเดียวมีข้อมูลเยอะมาก น่าเชื่อถือ และคิดว่าผู้อ่าน ให้ความสนใจ และมีสมาคมแฟรนไชส์ไทยให้การสนับสนุน  สำหรับเชสเตอร์ ลงโฆษณาไดเร็กทอรี่โอกาสธุรกิจทุกปี เพื่อ เวลาที่คนนึกว่า อยากจะดูธุรกิจหรืออยากจะดูเนื้อหา ก็นึกถึงเล่มนี้  เชสเตอร์ก็เป็นหนึ่งที่มีเรื่องราวให้คนได้ติดตาม ก็จะเป็นอีกช่องทางหนึ่งที่จะสื่อไปถึงลูกค้าได้”

"ผลตอบรับ มาจากหลายช่องทาง จากหนังสืออาจจะไม่มาก แต่ก็ได้รับการติดต่อโดยด้ผ่านมาโดยตรง ที่ทางสมาคมแฟรนไชส์ไทยแนะนำมาตรงอย่างนี้ค่ะ ส่วนในสื่อเวปไซด์ ถ้าเป็นเวปไซด์ส่วนใหญ่ลูกค้าจะตอบว่าเห็นเราจากเวปไซด์ค่ะ แต่ทางเราก็ลงที่อื่นด้วย  คือเรามองว่าปัจจุบันสื่อที่จะเข้าถึงลูกค้าในปัจจุบัน สื่อเวปไซด์จะดีที่สุดค่ะ เพราะทุกอย่างจะผ่านโมบาย ผ่านไอแพด ผ่านโน๊ตบุ๊คอยู่แล้ว แต่ถ้ามีเฟสบุค ไลน์  ก็ทำให้คนเข้าไปคลิกหรือเข้าไปดูมากขึ้น”

“การมีหนังสือก็ดีค่ะ เป็นเอกลักษณ์ดีค่ะ เพราะถ้าคนอยากดูแฟรนไชส์ก็จะแนะนำหนังสือเล่มนี้ ก็ต้องมีนะเพราะเป็นตำนานว่าแบรนด์ไหนขายอะไรอย่างไร"